ศัลยกรรม : ผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง ผ่าตัดแปลงเพศ “ผู้หญิงข้ามเพศ คือ ผู้ที่เกิดมาเป็นชายตั้งแต่กำเนิด แต่มีความรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ และมีความต้องการเติมเต็มกับชีวิตของตนเอง โดยการ ผ่าตัดแปลงเพศ และใช้ชีวิตเป็นเป็นผู้หญิง และให้สอดคล้องกับรูปลักษณ์และความรู้สึกที่อยากเป็น เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจมากขึ้น” ข้อมูลทั่วไปสำหรับการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง ในปัจจุบันแพทย์ไทยมีชื่อเสียงในการผ่าตัดแปลงเพศในระดับโลก ซึ่งแพทย์ที่มีประสบการณ์ของประเทศสามารถสร้างอวัยวะใหม่ได้มีลักษณะใกล้เคียงกับผู้ที่มีอวัยวะเพศหญิงโดยกำเนิดการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง จะเป็นการผ่าตัดตกแต่งอวัยวะเพศภายนอก ให้เหมือนอวัยวะเพศหญิง และสร้างช่องคลอดเทียม ด้วยเทคนิคพิเศษตามอวัยวะเพศเก่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ และใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ ข้อมูลก่อนผ่าตัดที่ต้องรู้ ผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศต้องผ่านมาตรฐานโลกของสมาคม WPATH (World Professional Association for Transgerder Health) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ต้องมีอายุมากกว่า 18 ปี บริบูรณ์ หากอายุยังไม่ถึง 20 ปี ต้องได้รับการยินยอมจากบิดา-มารดา ได้ดำรงชีวิตแบบหญิงติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยเป็นการใช้ชีวิตเป็นหญิงอย่างสมบูรณ์ที่คนรอบข้างยอมรับได้ และมีความสุข ไม่มีความกดดันใดๆ เคยรับฮอร์โมนเพศหญิงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน ในรูปแบบยารับประทาน หรือยาฉีดอย่างน้อย 1 ปี ผ่านการประเมินสภาพจิตใจ จากจิตแพทย์ว่าอยู่ในภาวะปกติ และมีความพร้อมต่อการผ่าตัดแปลงเพศ พร้อมทั้งได้รับการวินิจฉัยว่า เป็น Gender identify disorder หรือ Gender dysphoria และให้ใบรับรองสำหรับการผ่าตัดที่ถูกต้องตามหลักทดสอบสภาพจิต ผู้เข้ารับการผ่าตัด จะต้องมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นโรคต้องห้ามสำหรับการผ่าตัด ไม่ได้ป่วยเป็นโรคจิตเพศ (Schizophrenia) ไม่ได้ต้องการใช้ชีวิตเป็นเพศหญิง แต่มีความหลงผิดว่าเป็นเพศหญิง สำหรับกลุ่มผู้ป่วยจิตเพศ จำเป็นต้องรับการดูแลจากจิตแพทย์อย่าไกล้ชิด ไม่มีภาวะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และยังมีอาการของโรคอยู่ เช่น ซิฟิลิส แผลริมอ่อน หูดหงอนไก่ เริม ในกลุ่มนี้ถ้าทำผ่าตัด อาจทำให้แผลผ่าตัดติดเชื้อและหายช้า ไม่มีโรคประจำตัวที่ไม่สามรถทำการผ่าตัดใหญ่ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด ซึ่งไม่สามารถรักษาได้ดี และแพทย์ประจำตัวไม่อนุญาตให้ผ่าตัดได้ ไม่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ ในผู้ที่มีโรคประจำตัว ต้องใช้สเตียลอยด์ขนาดสูง หรือผู้ที่ติดเชื้อ HIV และมี CD4 ต่ำกว่าปกติมากๆควรทำการรักษาก่อน ไม่ได้ใช้ชีวิตในประเทศที่สังคมไม่ยอมรับและมีบทลงโทษทางกฎหมายย่างรุนแรง เช่น ประเทศในแอฟริกาแถบตะวันออก บางประเทศหลังผ่าตัดแล้วผู้ป่วยอาจไม่สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ เอกสารทางการแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผล X-ray ปอด ใบรับรองจากจิตแพทย์ 2 ใบ ผลการตรวจเลือด การเตรียมตัวผ่าตัดแปลงเพศ งดการทานหรือฉีดฮอร์โมน วิตามิน อาหารเสริม ยา ก่อนผ่าตัด 1 เดือน รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และรสไม่จัด ก่อนเข้าแอดมิดที่โรงพยาบาล 4-5 วัน งดรับประทานอาหารก่อนเข้าแอดมิด 8-10 ชั่วโมง ออกกำลังกายพอประมาณ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งทำให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดที่ดีขึ้น เสื้อผ้าที่ส่วมใส่งาน กระโปรงแบบโปร่งสบาย งดใส่กางเกงประมาณ 1 เดือน เตรียมอุปกรณ์ส่วนตัวพื้นฐานที่ต้องใช้ระหว่างพักที่โรงพยาบาล ลางาน 14-30 วัน การดูแลหลังการผ่าตัดแปลงเพศ พักฟื้นทีโรงพยาบาล 9-10 วัน การอบแผลหลังจากการถอดสายสวนปัสสาวะ การล้างแผลและการไดเลชั่นรักษาความลึก การพบแพทย์ตามนัดหมาย สามารถใช้งานหลังผ่าตัด 3 เดือน จุดเด่นของการศัลยกรรม ที่ MUANGSOMBUT CLINIC